วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

Seoul(โซล) ตอนที่2

Seoul(โซล) ตอนที่2


ในอดีตโซลเป็นที่รู้จักในชื่อ วีรเย-ซอง (위례성; 慰禮城, สมัยอาณาจักรแพกเจ ), ฮันจู (한주; 漢州, สมัยอาณาจักรซิลลา ), นัมกยอง (남경; 南京, สมัยราชวงศ์โครยอ ), ฮันซอง (한성; 漢城, สมัยอาณาจักรแพกเจและโชซอน ) ฮันยัง (한양; 漢陽, สมัยโชซอน ) คยองซอง (경성; 京城, ระหว่างตกเป็นอาณานิคม) ชื่อโซลในปัจจุบันมีที่มาจากคำในภาษาเกาหลีที่มีความหมายว่า "เมืองหลวง" ซึ่งเชื่อว่ามาจากคำว่า ซอราบอล (서라벌; 徐羅伐) ซึ่งดั้งเดิมใช้อ้างถึง คยองจู เมืองหลวงของอาณาจักรซิลลา
ไม่หมือนพื้นที่ส่วนใหญ่ในเกาหลี "โซล" ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอักษรฮันจา (อักษรจีนที่ใช้ในภาษาเกาหลี) วันที่ 18 มกราคม 2548 รัฐบาลนครพิเศษโซลได้เปลี่ยนชื่อภาษาจีนอย่างเป็นทางการเป็น Shou'er (จีนตัวเต็ม首爾จีนตัวย่อ首尔
พินอิน:shǒu'ěr) จากชื่อในทางประวัติศาสตร์ ฮันซอง (จีนตัวเต็ม: 漢城; จีนตัวย่อ: 汉城; พินอิน: hànchéng)
ศูนย์การค้าในกรุงโซล

โซลเริ่มมีผู้ตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่สมัยอาณาจักรแพกเจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 527 ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเขตแดนของโซลในปัจจุบัน โดยยังมีหลักฐานคงอยู่เช่น พุงนัปโทซอง หรือ มงชอนโทซอง และต่อมากลายมาเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์โชซอนในปี พ.ศ. 1937 และมีความพยายามที่จะทำให้เป็นเมืองที่ทันสมัยในปลายศตวรรษที่ 19 และโซลเป็นเมืองแรกในเอเชียตะวันออกที่มีไฟฟ้า,รถราง,น้ำปะปา,โทรศัพท์และระบบโทรเลขในเวลาเดียวกัน ระหว่างที่เป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โซลมีชื่อว่า คยองซอง (경성, ความหมาย "เมืองหลวง"; ญี่ปุ่นญี่ปุ่น:  京城 Keijō ?) ภายหลังจากที่ได้รับเอกราชในปี 2488 เกาหลีได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น โซล (ซึ่งมีความหมายว่า "เมืองหลวง" ในภาษาเกาหลี) ในปี 2492 โซลได้แยกออกจากจังหวัดคยองกี และมีฐานะเป็น "นครพิเศษโซล" ต่อมาในปี 2493 ระหว่างสงครามเกาหลี โซลถูกยึดครองโดยทหารเกาหลีเหนือและเมืองก็ได้ถูกทำลายเสียหายเกือบทั้งหมด และเมืองก็สามารถยึดกลับคืนมาได้โดยกำลังของยูเอ็นในวันที่ 14 มีนาคม 2494 ตั้งแต่ตอนนั้น ขอบเขตของเมืองก็ขยายไปยังพื้นที่เขตการปกครองรอบข้างของ กิมโป,โกยัง,กวันจู,ซิฮึง,และเมืองชนบทยังจู และขอบเขตเมืองในปัจจุบันได้กำหนดขึ้นในปี 2538
โซลเมื่อมองจากอากาศ

โซลอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 605.25 กม.² มีรัศมีประมาณ 15 กิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างคราวๆเป็นฝั่งเหนือและฝั่งใต้ โดยใช้แม่น้ำฮันเป็นตัวแบ่ง แม่น้ำฮันและบริเวณรอบๆมีส่วนสำคัญต่อประวัติศาสตร์เกาหลี ในยุคราชอาณาจักรทั้งสามของเกาหลีก็มีการต่อสู้กันและมีความพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมพื้นที่นี้ ที่ซึ่งแม่น้ำสามารถใช้เป็นเส้นทางในการค้าขายกับจีน (ผ่านทะเลเหลือง) แม่น้ำฮันไม่สามารถที่จะใช้เดินเรือได้อีกต่อไป เพราะว่าชะวากทะเลตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างสองเกาหลี พร้อมด้วยการระงับพลเรือนไม่ให้เข้าไปในเขตนั้น โซลถูกกั้นขอบเขตด้วยภูเขา 8 ลูก ตลอดจนบริเวณพื้นที่สูงกว่าบริเวณที่ราบแม่น้ำฮันและพื้นที่ตะวันตก
ดงควอนโด, ภาพวาดทิวทัศน์ของพระราชวังชางด๊อกกุง


โซลมีภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้นภาคพื้นทวีป (การแบ่งเขตอากาศของคอปเปน Dwa) ฤดูร้อนโดยปกติจะมีอากาศร้อนและชื้น ฤดูมรสุมเอเชียตะวันออกจะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม โดยในเดือนสิงหาคมจะมีอากาศร้อนมากที่สุด ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 22.4 ถึง 29.6 °C (72 ถึง 85 °F) หรืออาจจะสูงมากขึ้นกว่านี้อีก ฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวโดยเฉลี่ยอุณหภูมิในเดือนมกราคมจะอยู่ที่ -5.9 ถึง 1.5 °C (21.4 ถึง 34.7 °F) และอากาศจะแห้งกว่าในฤดูร้อน โซลมีหิมะตกเฉลี่ยปีละ 28 วัน
คลองชองกเยชอน

โซลแบ่งออกเป็น กู (구; 區) (เขต) แต่ละกูก็มีขนาดพื้นที่แตกต่างกันออกไป (ตั้งแต่ 10 จนถึง 47 กม.²) และมีประชากร (ตั้งแต่น้อยกว่า 140,000 จนถึง 630,000 คน) ซงปาเป็นเขตที่มีประชากรเยอะที่สุด ขณะที่ซอโช เป็นเขตที่มีพื้นที่มากที่สุด รัฐบาลของแต่ละกูดูแลหลากหลายหน้าที่ และรัฐบาลนครพิเศษจะดูแลในเขตอำนาจอื่นๆ ในแต่ละกูก็จะแบ่งการปกครองออกเป็น ดง (동; 洞) หรือแขวง บางกูอาจมีเพียงไม่กี่ดง ในขณะที่กูอื่นๆ เช่น จงโน-กู จะจำนวนแขวงอย่างมากมาย กูทั้งหมดในโซลประกอบไปด้วย 522 ดง (행정동) ดงนั้นยังสมารถแบ่งการปกครองย่อยลงไปอีกเป็นทง (통; 統) ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 13,787 ทง ซึ่งทงสามารถแบ่งย่อยออกไปเป็น บัน มีจำนวนทั้งหมด 102,796 บัน
เขตในโซล



โปรดติดตามตอนที่3 กันเลย

0 ความคิดเห็น (+add yours?)

แสดงความคิดเห็น