วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
Seoul(โซล) ตอนที่3
Seoul(โซล) ตอนที่3
กรุงโซลในฐานะที่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ ซัมซุง,แอลจี,ฮุนได,เกีย มอเตอร์และเอสเค กรุ๊ป ทำให้โซลกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจหลัก ถึงแม้ว่าโซลจะมีพื้นที่เพียง 0.6 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ แต่ว่าโซลนั้นมีจีดีพีถึง 21 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีทั้งประเทศ
มีบริษัทระหว่างประเทศมุ่งความสนใจอยากมากที่จะตั้งสำนักงานใหญ่ในโซล จึงทำให้มีสาขาของธนาคารระหว่างประเทศในโซลมากมายประกอบไปด้วย ซิตี้กรุป,ธนาคารดอยซ์แบงก์,เอชเอสบีซี,โกลด์แมน แซคส์,เจพีมอร์แกนเชส,บาร์เคลย์ส,ธนาคารซานทานแดร์,ยูบีเอส,เครดิตสวิสส์,ยูนิเครดิต,โซซิเอเต เจเนอราล,เครดิต อะกริกอล คอร์ปอเรทแอนด์อินเวสเมนท์แบงก์,บีบีวีเอ,แม็คไควรี่กรุ๊ป,ไอเอ็นจี,ถนนรัฐและสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ส่วนเคอีบี (ธนาคารแลกเปลี่ยนเกาหลี) ก็ตั้งสำนักงานใหญ่ที่โซลด้วยเช่นกัน
ตลาดดงแดมุน
ตลาดดงแดมุน เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีตั้งอยู่ที่กรุงโซล มยองดง (หรือที่คนไทยเรียกว่าเมียงดง) เป็นแหล่งชอปปิ้งและแหล่งเพื่อความบันเทิงบริเวณใจกลางกรุงโซลโดยมีร้านค้าตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับสูงมีร้านแฟชั่นบูติค และมีร้านขายสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก ตลาดนัมแดมุน ซึ่งมีชื่อมาจากประตูนัมแดมุนซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเปิดอยู่ในโซล ซินชอนพื้นที่ชอปปิ้ง โดยเป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยวัยรุ่นและนักศึกษามหาวิทยาลัย
อินซาดง เป็นตลาดทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม มีทั้งงานศิลปะแบบดั้งเดิมและงานสมัยใหม่ของเกาหลี เช่น งานภาพวาด,งานแกะสลักและงานศิลปะในการคัดลายมือวางขายอยู่ ตลาดฮวางฮักดงและตลาดจังอันพยอง นั้นขะมีโบราณวัตถุขายอยู่ ร้านสำหรับนักออกแบบท้องถิ่นบางร้านก็จะเปิดในซัมชอง-ดง ซึ่งเป็นสถานที่ที่หอศิลป์ ขนาดเล็กตั้งอยู่มากมาย อิแทวอน เป็นย่านหลักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและทหารอเมริกันที่อยู่ในโซล เขตคังนัมเป็นเขตที่ร่ำรวยมากที่สุดแห่งหนึ่งในโซลและมีชื่อเสียงเรื่องความทันสมัยและอับกูจงดง,ชองดัมดงและโคเอ็กซ์มอลล์ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่มีรายได้สูง ส่วนตลาดขายส่งก็ประกอบไปด้วย ตลาดขายส่งปลาโนรยังจินและตลาดการัค ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ยงซันเป็นตลาดเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย กาซัน ดิจิทัล คอมเพลกซ์ก็เป็นตลาดที่มีผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายประเภทจำหน่าย
โซลเป็นเมืองหนึ่งในโลกที่มีโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนในขั้นสูงและมีการขยายระบบอยู่ตลอดเวลา ระบบนี้มีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิเกาหลีเมื่อมีถนนสำหรับรถวิ่งสายแรกและทางรถไฟเชื่อต่อระหว่างโซลกับอินชอน ถนนสายที่สำคัญที่สุดของโซลคือถนนสายจงโนจนกระทั่งถูกแทนที่ด้วยระดับรถไฟไต้ดินสายหนึ่งในช่วงต้นทศวรรษที่ 70 ถนนสายอื่นที่มีชื่อเสียงที่อยู่ในใจกลางเมืองโซลประกอบไปด้วยถนนอึลจิโร,เทเฮรันโน,เซจงโน,ชุงมุโร,อูลกงโนและโทกเยโร โซลมีรถไฟไต้ดินสายหลัก 9 สายทอดยาวมากกว่า 250 กิโลเมตร กับอีกหนึ่งสายที่วางแผนการก่อสร้าง
ระบบรถโดยสารประจำทางของโซลดำเนินการโดยรัฐบาลนครพิเศษโซล มีรถบัสให้บริการอยู่ 4 ประเภทใหญ่ๆโดยบริการทั่วทั้งเมือง โซลมีสถานีรถโดยสารระหว่างเมืองและรถด่วนขนาดใหญ่ โดยจะเชื่อมต่อระหว่างเมืองทั่วทั้งประเทศเกาหลีใต้ สถานีรถด่วนโซล (The Seoul Express Bus Terminal) ,สถานีกลางเมือง (Central City Terminal)และสถานีโซลนัมบูตั้งอยู่ในซอโช-กู ยิ่งไปกว่านั้น สถานีรถบัสโซลตะวันออกในกวังจิน-กูและสถานีซังบงในจุงนัง-กูก็ดำเนินการอยู่ในฝั่งตะวันออกของเมือง และเพื่อลดภาวะมลพิษทางอากาศภายในเมือง ทางรัฐบาลนครพิเศษก็มีแผนเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางที่ใช้น้ำมันดีเซลกว่า 7,000 คันไปใช้แก๊สธรรมชาติในปี 2553
บัส 470
โซลมีโครงข่ายสถานีรถไฟไต้ดินที่ครอบคลุมในทุกเขตของเมืองและพื้นที่รอบโซล มีผู้ใช้บริการมากกว่า 8 ล้านคนต่อวัน ดังนั้นโซลจึงเป็นหนึ่งในโลกที่มีผู้คนใช้บริการรถไฟไต้ดินมากที่สุดในแต่ละวัน สถานีรถไฟโซลมี 12 สายซึ่งให้บริการในโซล,อินชอน,จังหวัดคยองกี,จังหวัดคังวอนทางด้านทิศตะวันตกและทางตอนเหนือของจังหวัดชุงนัม ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อที่จะจัดการกับการขนส่งซึ่งมีหลากหลาย รัฐบาลนครพิเศษโซลได้ว่าจ้างนักคณิตศาสตร์เพื่อประสาน รถไฟไต้ดิน,รถโดยสารประจำทางและกำหนดการจราจรให้เป็นตารางเวลาเดียว รถไฟไต้ดินของโซลดำเนินการโดยหลายบริษัทเช่น โคเรล,โซล เมโทร,องค์การรถไฟฟ้ามหานครโซลคอร์ปอเรชั่น,เอเร็กซ์,เมโทร 9
สถานีรถไฟไต้ดินกงด๊อก ทางออกหมายเลข 9
โซลสามารเชื่อต่อเมืองสำคัญต่างๆทั่วทั้งเกาหลีใต้ได้โดยทางรถไฟ โดยสามารถเชื่อมเมืองหลักของเกาหลีเกือบทุกเมืองด้วยรถไฟความเร็วสูงเคทีเอ๊กซ์ ซึ่งตามปกติจะวิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 300 กม/ชม (186 ไมล์ต่อชั่วโมง) สถานีรถไฟหลักประกอบด้วย
- สถานีรถไฟโซล, ยงซาน-กู: สายคยองบู (เคทีเอ๊กซ์/แซมาอึล/มูกุงฮวา-โฮ), สายคยองอี (แซมาอึล/รถไฟชานเมือง)
- สถานีรถไฟยงซัน, ยงซาน-กู: สายโฮนัม (เคทีเอ๊กซ์/แซมาอึล/มูกุงฮวา), สายจอลลา/จังฮัง (แซมาอึล/มูกุงฮวา)
- สถานีรถไฟยองดึงโพ , ยองดึงโพ-กู: สายคยองบู/โฮนัม/จังฮัง (แซมาอึล/มูกุงฮวา)
- สถานีรถไฟชองนยังนี, ดงแดมุน-กู: สายคยองชุน/จังฮัง/ยองดง/แทแบก (มูกุงฮวา)
โซลมีสนามบินนานาชาติอยู่ 2 แห่ง ท่าอากาศยานนานาชาติกิมโป แต่เดิมอยู่กิมโปแต่ถูกผนวกเข้ามาอยู่กับโซลในปี 2506 โดยเป็นเวลาหลายปี(นับตั้งแต่ตอนก่อสร้างในระหว่างสงครามเกาหลี) ที่กิมโปเป็นสนามบินนานาชาติแห่งเดียวในโซล และสนามบินภายในประเทศแห่งอื่นก็สร้างในช่วงเวลาสงครามเดียวกันด้วยเช่นยอดีโด
เมื่อท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนได้เปิดดำเนินการเมื่อเดือนมีนาคม 2544 ที่เกาะยองจง เมืองอินชอน ได้เปลี่ยนบทบาทสำคัญของท่าอากาศยานกิมโปไปอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันอินชอนรับผิดชอบเกี่ยวกับสายการบินระหว่างประเทศเกือบทั้งหมดและการบินภายในประเทศบางส่วน ในขณะที่กิมโปรับผิดชอบสายการบินภายในประเทศเท่านั้นยกเว้นเที่ยวบินที่เดินทางไปท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว (ฮาเนดะ) ในโตเกียว,ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ,ท่าอากาศยานนานาชาติหงเฉียวในเซี่ยงไฮ้และท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งในปักกิ่ง ซึ่งสิ่งนี้นำไปสู่การลดความสำคัญของเที่ยวบินจากท่าอากาศยานนานาชาติกิมโป
ในขณะเดียวกันท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนกับท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงได้กลายเป็นศูนย์กลางทางด้านการขนส่งในเอเชียตะวันออก
อินชอนและกิมโปเชื่อมต่อมายังโซลโดยทางหลวง และเชื่อมต่อซึ่งกันและกันโดยเอเร็กซ์ ซึ่งจะเชื่อมโยงไปยังอินชอนสาย #1 และกิมโปก็ยังถูกเชื่อมด้วยรถไฟไต้ดิน (สาย 5 และ #9) เอเร๊กซ์เชื่อมต่อโดยตรงระหว่างท่าอากาศยานโดยตรงกับสถานีรถไฟโซลในกลางกรุงโซล ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อไม่นานมานี้ รถโดยสารปรับอากาศขนาดเล็กก็ยังขนส่งผู้โดยสารระหว่างกิมโปและโซล
ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน
โซลเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นประชากรอย่างมาก ซึ่งมีความหนาแน่นเกือบสองเท่าของนครนิวยอร์กและเป็นแปดเท่าของโรม แต่มีความหนาแน่นของประชากรน้อยกว่าปารีสเล็กน้อย ในเขตปริมณฑลของโซลถือเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นมากที่สุดในพื้นที่ปริมณฑลเมืองของประเทศกลุ่มโออีซีดี ผู้ที่อยู่อาศัยในโซลเกือบทั้งหมดเป็นชาวเกาหลี มีชาวญี่ปุ่นและชาวจีนอาศัยอยู่เล็กน้อย ในปี 2552 โซลมีประชากรประมาณ 10,208,302 คน ในปี 2553 มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในกรุงโซลประมาณ 255,501 คน ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของกรุงโซล เมื่อสิ้นสุดเดือยมิถุนายน 2554 ชาวเกาหลี 10.29 ล้านคนอาศัยอยู่ในกรุงโซล ซึ่งลดลง .24% จากเมื่อสิ้นสุดปี 2553 ในเดือนมิถุนายน 2554 มีชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่อยู่ในกรุงโซล 281,780 คน โดยเป็นชาวจีน 186,631 คน (66%) ซึ่งถือสัญชาติเกาหลีแล้ว โดยมีอัตราเพิ่มขึ้น 8.84% จากเมื่อสิ้นปี 2553 และเพิ่มขึ้น 12.85% เมื่อนับจากเดือนมิถุนายน 2553 ซึ่งพลเมืองชาวจีนถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดที่ไม่ได้ถือสัญชาติเกาหลีชาวเกาหลี โดย 29,901 คนอาศัยอยู่ในกรุงโซล กลุ่มชาวต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดที่ไม่ได้ถือสัญชาติเกาหลีกลุ่มต่อมาเป็นชาวอเมริกันมีจำนวน 9,999 คน และกลุ่มต่อมาเป็นชาวไต้หวันมีจำนวน 8,717 คน
ศาสนาคริสต์และศาสนาพุทธเป็นสองศาสนาหลักที่มีผู้คนนับถือในกรุงโซล ส่วนศาสนาอื่นก็ประกอบไปด้วยเชมันและลัทธิขงจื๊อ โดยขงจืื้อเป็นที่แพร่หลายในโซลในเรื่องของปรัชญาทางสังคมมากกว่าเป็นเรื่องทางศาสนา
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศเกาหลีใต้ล้วนตั้งอยู่ในกรุงโซล ประกอบไปด้วย มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา,มหาวิทยาลัยฮันกุกสำหรับนักศึกษาต่างชาติ,มหาวิทยาลัยฮันยัง,มหาวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติเกาหลี,มหาวิทยาลัยเกาหลี,มหาวิทยาลัยกุกมิน,มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล,มหาวิทยาลัยครูแห่งชาติโซล,มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติโซล,มหาวิทยาลัยซอกัง,มหาวิทยาลัยซองคยูนกวัน,มหาวิทยาลัยคยองฮี,มหาวิทยาลัยดงกุกและมหาวิทยาลัยยอนเซ
มหาวิทยาลัยคยองฮี
การศึกษาระดับเกรด 1 ถึงเกรด 10 เป็นการศึกษาภาคบังคับ โดยนักเรียนใช้เวลา 6 ปีในโรงเรียนประถมศึกษา และ 3 ปีในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและอีก 3 ปีในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโดยปกติจะมีการให้นักเรียนสวมใส่เครื่องแบบนักเรียน และไม่มีการสอบเพื่อสำเร็จการศึกษา แต่นักเรียนหลายคนที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยจะต้องทำการสอบข้อสอบที่ใช้วัดระดับความรู้ ความสามารถของนักเรียนเกาหลี (ซูนึง (수능)) ที่จะจัดสอบทุกๆเดือนพฤศจิกายน
มีโรงเรียนเฉพาะทางหลายแห่งตั้งอยู่ในกรุงโซล ประกอบไปด้วยโรงเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ 3 แห่ง (โรงเรียนมัธยมวิทยาศาสตร์ฮันซอง,โรงเรียนมัธยมวิทยาศาสตร์เซจงและโรงเรียนมัธมวิทยาศาสตร์โซล) และมีโรงเรียนภาษาต่างประเทศอีก 6 แห่ง (โรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศแดวอน,โรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศแดอิล,โรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศอีฮวา,โรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศฮันยอง,โรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศมยองด๊อกและโรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศโซล) สำนักงานการศึกษาของนครพิเศษโซลประกอบไปด้วย โรงเรียนหรือวิทยาลัยในระดับก่อนมหาวิทยาลัย 235 แห่ง,โรงเรียนวิชาชีพ 80 แห่ง,โรงเรียนระดับมัธยมต้น 377 แห่งและโรงเรียนเฉพาะทาง 33 แห่งจากข้อมูลในปี 2552
ทิวทัศน์เมือง
โซลเมื่อมองจากท้องฟ้า
โซลในตอนพลบค่ำ มุมมองจากสวนนัมซาน
มหาวิทยาลัยนานาชาติโซล
สนามกีฬาโซลเวิล์ดคัพ
ป้ายกำกับ:
Seoul (โซล)
Seoul(โซล) ตอนที่2
Seoul(โซล) ตอนที่2
ในอดีตโซลเป็นที่รู้จักในชื่อ วีรเย-ซอง (위례성; 慰禮城, สมัยอาณาจักรแพกเจ ), ฮันจู (한주; 漢州, สมัยอาณาจักรซิลลา ), นัมกยอง (남경; 南京, สมัยราชวงศ์โครยอ ), ฮันซอง (한성; 漢城, สมัยอาณาจักรแพกเจและโชซอน ) ฮันยัง (한양; 漢陽, สมัยโชซอน ) คยองซอง (경성; 京城, ระหว่างตกเป็นอาณานิคม) ชื่อโซลในปัจจุบันมีที่มาจากคำในภาษาเกาหลีที่มีความหมายว่า "เมืองหลวง" ซึ่งเชื่อว่ามาจากคำว่า ซอราบอล (서라벌; 徐羅伐) ซึ่งดั้งเดิมใช้อ้างถึง คยองจู เมืองหลวงของอาณาจักรซิลลา
ไม่หมือนพื้นที่ส่วนใหญ่ในเกาหลี "โซล" ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอักษรฮันจา (อักษรจีนที่ใช้ในภาษาเกาหลี) วันที่ 18 มกราคม 2548 รัฐบาลนครพิเศษโซลได้เปลี่ยนชื่อภาษาจีนอย่างเป็นทางการเป็น Shou'er (จีนตัวเต็ม: 首爾; จีนตัวย่อ: 首尔;
ศูนย์การค้าในกรุงโซล
โซลเริ่มมีผู้ตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่สมัยอาณาจักรแพกเจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 527 ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเขตแดนของโซลในปัจจุบัน โดยยังมีหลักฐานคงอยู่เช่น พุงนัปโทซอง หรือ มงชอนโทซอง และต่อมากลายมาเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์โชซอนในปี พ.ศ. 1937 และมีความพยายามที่จะทำให้เป็นเมืองที่ทันสมัยในปลายศตวรรษที่ 19 และโซลเป็นเมืองแรกในเอเชียตะวันออกที่มีไฟฟ้า,รถราง,น้ำปะปา,โทรศัพท์และระบบโทรเลขในเวลาเดียวกัน ระหว่างที่เป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โซลมีชื่อว่า คยองซอง (경성, ความหมาย "เมืองหลวง"; ญี่ปุ่น: ญี่ปุ่น: 京城 Keijō ?) ภายหลังจากที่ได้รับเอกราชในปี 2488 เกาหลีได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น โซล (ซึ่งมีความหมายว่า "เมืองหลวง" ในภาษาเกาหลี) ในปี 2492 โซลได้แยกออกจากจังหวัดคยองกี และมีฐานะเป็น "นครพิเศษโซล" ต่อมาในปี 2493 ระหว่างสงครามเกาหลี โซลถูกยึดครองโดยทหารเกาหลีเหนือและเมืองก็ได้ถูกทำลายเสียหายเกือบทั้งหมด และเมืองก็สามารถยึดกลับคืนมาได้โดยกำลังของยูเอ็นในวันที่ 14 มีนาคม 2494 ตั้งแต่ตอนนั้น ขอบเขตของเมืองก็ขยายไปยังพื้นที่เขตการปกครองรอบข้างของ กิมโป,โกยัง,กวันจู,ซิฮึง,และเมืองชนบทยังจู และขอบเขตเมืองในปัจจุบันได้กำหนดขึ้นในปี 2538
โซลเมื่อมองจากอากาศ
โซลอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 605.25 กม.² มีรัศมีประมาณ 15 กิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างคราวๆเป็นฝั่งเหนือและฝั่งใต้ โดยใช้แม่น้ำฮันเป็นตัวแบ่ง แม่น้ำฮันและบริเวณรอบๆมีส่วนสำคัญต่อประวัติศาสตร์เกาหลี ในยุคราชอาณาจักรทั้งสามของเกาหลีก็มีการต่อสู้กันและมีความพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมพื้นที่นี้ ที่ซึ่งแม่น้ำสามารถใช้เป็นเส้นทางในการค้าขายกับจีน (ผ่านทะเลเหลือง) แม่น้ำฮันไม่สามารถที่จะใช้เดินเรือได้อีกต่อไป เพราะว่าชะวากทะเลตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างสองเกาหลี พร้อมด้วยการระงับพลเรือนไม่ให้เข้าไปในเขตนั้น โซลถูกกั้นขอบเขตด้วยภูเขา 8 ลูก ตลอดจนบริเวณพื้นที่สูงกว่าบริเวณที่ราบแม่น้ำฮันและพื้นที่ตะวันตก
ดงควอนโด, ภาพวาดทิวทัศน์ของพระราชวังชางด๊อกกุง
โซลมีภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้นภาคพื้นทวีป (การแบ่งเขตอากาศของคอปเปน Dwa) ฤดูร้อนโดยปกติจะมีอากาศร้อนและชื้น ฤดูมรสุมเอเชียตะวันออกจะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม โดยในเดือนสิงหาคมจะมีอากาศร้อนมากที่สุด ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 22.4 ถึง 29.6 °C (72 ถึง 85 °F) หรืออาจจะสูงมากขึ้นกว่านี้อีก ฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวโดยเฉลี่ยอุณหภูมิในเดือนมกราคมจะอยู่ที่ -5.9 ถึง 1.5 °C (21.4 ถึง 34.7 °F) และอากาศจะแห้งกว่าในฤดูร้อน โซลมีหิมะตกเฉลี่ยปีละ 28 วัน
คลองชองกเยชอน
โซลแบ่งออกเป็น กู (구; 區) (เขต) แต่ละกูก็มีขนาดพื้นที่แตกต่างกันออกไป (ตั้งแต่ 10 จนถึง 47 กม.²) และมีประชากร (ตั้งแต่น้อยกว่า 140,000 จนถึง 630,000 คน) ซงปาเป็นเขตที่มีประชากรเยอะที่สุด ขณะที่ซอโช เป็นเขตที่มีพื้นที่มากที่สุด รัฐบาลของแต่ละกูดูแลหลากหลายหน้าที่ และรัฐบาลนครพิเศษจะดูแลในเขตอำนาจอื่นๆ ในแต่ละกูก็จะแบ่งการปกครองออกเป็น ดง (동; 洞) หรือแขวง บางกูอาจมีเพียงไม่กี่ดง ในขณะที่กูอื่นๆ เช่น จงโน-กู จะจำนวนแขวงอย่างมากมาย กูทั้งหมดในโซลประกอบไปด้วย 522 ดง (행정동) ดงนั้นยังสมารถแบ่งการปกครองย่อยลงไปอีกเป็นทง (통; 統) ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 13,787 ทง ซึ่งทงสามารถแบ่งย่อยออกไปเป็น บัน มีจำนวนทั้งหมด 102,796 บัน
เขตในโซล
โปรดติดตามตอนที่3 กันเลย
ป้ายกำกับ:
Seoul (โซล)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Twitter
Facebook
Flickr
RSS















